เรื่องราวของความรักที่ยิ่งใหญ่ ที่บอกผ่านสิ่งเล็กๆ น้อยๆ

สวัสดีวันแห่งความรัก
เช้านี้ เมื่อเสร็จธุระส่วนตัว ก็บีบยาสีฟันใส่แปรงไว้ให้คุณสามี แบบที่ทำมาตลอดตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา แล้วระหว่างปอกผลไม้อยู่ในครัวก็คิดถึงแม่ขึ้นมา ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาว่า ความรักไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบคำพูด แต่มาเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คนหนึ่งทำให้อีกคนหนึ่งด้วยความรัก อย่างสม่ำเสมอ
เนื่องจากเป็นวันแห่งความรัก ก็น่าจะต้องเขียนเรื่องความรัก แต่จะเขียนเกี่ยวกับ “ความรัก” ในรูปอื่นบ้าง เพราะเชื่อว่าวันนี้ผู้อ่านหลายๆ ท่านก็น่าจะได้อ่าน ได้สัมผัส ได้เสพย์คอนเทนต์เกี่ยวกับความรักแบบหวานชื่นมาพอสมควรจากหลายๆ ที่แล้ว
Love isn’t one shape.
ก่อนจะเริ่มเขียน ก็นึกถึงเมื่อวันก่อน ที่เขียน blog ถึงเมนอันเป็นที่รักใน Theme ของเดือนแห่งความรัก เขียนถึงบทบาทต่างๆ ของเขาในการแสดง “ความรัก” ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรักแบบดูแล รักแบบฝังลึกรอคอยเธอเป็นร้อยปี (ในนิยาย…คุณสามารถทำได้) รักแบบผู้ใหญ่ที่เป็น equal partnership สนับสนุนชีวิตของกันและกัน หรือรักแบบยอมตายแทนได้ … ความรักไม่ได้มีแค่เพียงรูปแบบเดียว
คำว่าความรัก นิยามมันมีมากไปกว่ารักแบบชายหญิง/ชายชาย/หญิงหญิง มันยังมีความรักของพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ความรักมนุษยชาติ และที่สำคัญ…ความรักที่มีต่อ “ตัวเอง”
แต่วันนี้ อยากเขียนถึงความรักในรูปแบบหนึ่งก่อน … “รักแรก” ของเรา ความรักที่เราได้รับเป็นครั้งแรกของชีวิต…รักจากแม่ (และพ่อ)
ขอเกิดเป็นลูกแม่ทุกชาติไป
ความรักของแม่…ท่วมท้น เกินจะบรรยาย การแสดงความรักของแม่มาในทุกรูปแบบ ทุกทิศทาง รอบตัวเลยทีเดียว จำได้ว่าชุดนักเรียนของผู้เขียน “ขาวจั๊วะ” เสมอ ไม่เคยเหลือง ไม่เคยเก่า ทั้งๆ ที่ไม่ได้ซื้อใหม่
เมื่อกลับจากโรงเรียน สิ่งที่พร้อมเสมอคือ ผ้าเย็นเช็ดหน้า เช็ดมือ ของว่างรองท้อง แล้วก็ “แขน” ของแม่ที่ยื่นพาดออกมาด้านข้างเพื่อให้เราพิงหัวนอนหลับบนรถเมล์ “ตลอดทาง” จากโรงเรียนถึงบ้าน
ผลไม้มหัศจรรย์
ผลไม้ในตู้เย็นของแม่เป็นผลไม้มหัศจรรย์ คือ ไม่มีเปลือก ไม่มีเมล็ด พร้อมทาน ยามป่วยอาหาร ของหวาน ยา น้ำอุ่นให้ดื่ม และน้ำร้อนในกระติกเอาไว้ให้จิบ มาส่งเป็นถาดส่งถึงห้องนอน และแม้ว่าลูกจะอายุสี่สิบกว่า และแม่เจ็ดสิบ… ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย แค่…แม่เดินมาที่ห้องช้าลงไปหน่อยเท่านั้น

ฝ่ามืออรหันต์
ความรักของแม่ (และพ่อ) ทำให้ “เราไม่กล้าเป็นคนไม่ดี และพยายามทำดี” เพื่อให้แม่พ่อไม่ต้องเสียใจ และเพื่อให้ภูมิใจ ชีวิตเดินมาถึงวันนี้ได้ แม่กับพ่อคือฝ่ามืออรหันต์ที่ผลักและดัน รวมถึงฉุดรั้งไม่ให้ก้าวพลาดพลั้ง
เบาะนุ่มที่พักพิง
และเมื่อเผลอล้ม ก็แม่กับพ่ออีกนั่นแหละที่เป็นเบาะนุ่มๆ คอยรองรับ ทั้งชีวิตที่ผ่านมา ก็เพราะเบาะนุ่มๆที่แม้มองไม่เห็นก็จริง แต่มันมีอยู่ลึกๆ ในหัวใจ มันทำให้เรา “กล้า” ที่จะเดินไปข้างหน้าโดยไม่ต้องกลัวอะไรมากนัก เพราะรู้ว่าแม้เราจะล้ม ก็จะมีเบาะที่คอยรับ คอยให้ที่พักพิง พักใจได้เสมอ… เกิดมาจนปูนนี้ (กรุณาอย่าถามอายุ) พ่อกับแม่แทบไม่เคยพูดคำว่ารักให้ฟังเลย แต่ความรักที่ได้รับมากจนล้น บรรยายไม่หมดจริงๆ
Love on steroids
ถ้าจะให้บรรยายต่อถึงความรักของพ่อกับแม่ในฐานะ “ตากับยาย” ที่มีต่อหลาน…คงไม่จำเป็นแล้ว เพราะผู้อ่านทุกท่าน (โดยเฉพาะคนที่เข้าใจวัฒนธรรมไทย) ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะพอเห็นภาพว่ามันจะทวีคูณสักเพียงใด…เคยได้ยินคำนี้ไหมคะ…
“รักลูกเท่าบ้าน…รักหลานเท่าเมือง”
… จริงแท้ มันมาในรูปแบบเดียวกันกับเวอร์ชันลูก แค่เป็น “ขั้นกว่า” ในทุกอณูสำหรับเวอร์ชันหลาน ถึงขั้นที่หลานสาว (ที่เป็นศิลปิน) ทำนิทรรศการภาพเขียน อุทิศให้ตากับยายเลยทีเดียว

นกน้อยในกรงทอง
หากแต่ว่าความอบอุ่นหลายๆ ครั้งก็อุ่นมากไปจน “ร้อน” เลยทีเดียว ด้วยความรักที่ท่วมท้นนี่แหละ รักมากก็ห่วงมากเป็นธรรมดา สมัยวัยรุ่นผู้เขียนเคยคิดจะหนีออกจากบ้าน เพราะอึดอัด เหมือนอยู่ในกรงทอง แล้วก็ความบ้าบอ ว้าวุ่นของความเป็นวัยรุ่น
ABS ของชีวิต
แต่สิ่งเดียวที่เป็นเบรก ABS หยุดความคิดบ้าบอทุกอย่างได้ภายในหนึ่งนาที คือ ความคิดที่ว่า…ถ้าทำแบบนั้นแม่ตายแน่ … แล้วก็ความคิดนี้แหละที่หยุดการกระทำหลายๆ อย่างในชีวิต
… อย่าทำ ทำแล้วแม่เสียใจ… ประโยคทองที่ทำให้ชีวิตที่เกือบจะพลาดพลั้งในหลายๆ ครั้ง หลุดรอดพ้นมาได้
ความรักที่เป็นสากล
ที่เล่ามาเป็นเพียง “หนึ่งรูปแบบ” ของการแสดงความรัก และเป็นจำเพาะของบ้านเราเท่านั้น ผู้เขียนเชื่อว่าพ่อแม่ท่านอื่นๆ บ้านอื่นๆ ก็รักลูกไม่ต่างกัน หากการแสดงออกอาจจะแตกต่างกันไป ด้วยบุคลิก ด้วยความคิด ความเชื่อ หรือวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน หากใครได้ชมภาพยนต์เรื่อง “หลานม่า” คงเข้าใจดีว่า ความรักของแม่และอาม่าทำให้เรายิ้มทั้งน้ำตา
แต่ไม่ว่าจะแตกต่างอย่างไร ผู้เขียนเชื่อว่า ความรักของพ่อแม่ โรแมนติกไม่แพ้ความรักหนุ่มสาว อบอุ่นหัวใจเหมือนกัน แค่เป็นหัวใจคนละห้อง ทุกครั้งที่ได้ทาน “ผลไม้มหัศจรรย์ของแม่” ให้แช่เย็นจนเย็นจัดแค่ไหน เพียงแค่เห็นหัวใจก็อุ่นวาบ รอยยิ้มจะผุดขึ้นเสมอ (แม้เวลานั้นจะร้องไห้อยู่ก็ตาม) เมื่อทานเข้าไปมันก็เป็นกระไออุ่นที่ลอยมาโอบกอดเรา ให้เราซุกซบซึมซับความอบอุ่นใจได้เสมอ และตลอดไป…
ผลไม้มหัศจรรย์ของแม่ จะยังคงทำหน้าที่ฝ่ามืออรหันต์ ABS ของชีวิต และเป็นไออุ่นที่โอบกอดใจผู้เขียนอยู่ตลอดไป
วันนี้บอกรักคนข้างๆ แล้วอย่าลืมบอกรักคนที่มอบ “รักแรก” ให้เราด้วยนะคะ
#ขอเกิดเป็นลูกพ่อกับแม่ทุกชาติไป
